25 May 2009นำเสนองาน อย่าง Steve Jobs

คงมีใครหลายคนที่ประทับใจกับการนำเสนอสินค้าและบริการของแอปเปิล โดย Steve Jobs มากมายจนเห็นจ๊อบเป็นศาสดาไปเสียแล้ว คราวนี้เรามาดูกันบ้างว่า Jobs นั้นมีวิธีการพรีเซ็นต์อย่างไรเพื่อเราจะได้นำไปประยุกต์ใช้ได้บ้าง
 

Steve Jobs

Steve Jobs

1. วางธีมของการนำเสนอ “There something in the air” นี่คือตัวอย่างธีมของนำเสนอโปรดักส์ที่ทางจ๊อบ ได้วางไว้ในการนำเสนอคอมพิวเตอร์พกพาที่บางมาก ๆ Macbook Air เราไม่จำเป็นที่จะต้องนำเสนอธีมออกไปตั้งแต่เริ่มต้นในการพรีเซ็นต์ของเรา ในปีที่แล้วจ๊อบได้นำธีมใส่เข้าไปในพรีเซ็นต์ยี่สิบกว่านาที เพื่อจะบอกว่า “Today Apple reinvent the phone” เมื่อเรากำหนดธีมของเราได้แล้ว เราควรจะย้ำธีมหลักที่เราจะนำเสนอให้แก่ผู้ฟังหลาย ๆ ครั้ง เพื่อให้ผู้ฟังสามารถจดจำได้

2. กระตุ้นให้เกิดความสนใจ จ๊อบแสดงให้เห็นถึงความหลงใหลของเค้าในคอมพิวเตอร์ดีไซน์ ระหว่างการนำเสนอเค้ามักจะใช้คำว่า “พิเศษสุด”, “ยอดเยี่ยม”, “เจ๋ง” เมื่อต้องการบรรยายถึงฟีเจอร์ใหม่ของไอโฟน จ๊อบได้พูดว่า “มันใช้งานง่ายอย่างเหลือเชื่อ” นักพูดที่ดีจะต้องมีความหลักแหลมที่จะสอดใส่ สิ่งที่เรียกร้องความสนใจให้ผู้ฟังรู้สึกตื่นเต้นได้ (WoW factor) ไม่ใช่นำเสนอเพื่อให้ผู้ฟังหลับ ในเวลาเตรียมพรีเซ็นเตชั่น เราควรที่จะใส่ความเป็นตัวของตัวเองลงไปด้วย เรารู้สึกอย่างไรว่าสินค้าหรือบริการของเรานั้นมีดีหรือเจ๋งตรงไหน เจ๋งยังไง นำเสนอมันออกไปให้ผู้ฟังได้รับรู้ หากเราไม่เชื่อในสินค้าของเรา แล้วเราจะชักจูงให้คนอื่นคล้อยตามได้อย่างไร

3. บอกสังเขปของการนำเสนอ จ๊อบจะกล่าวถึงขอบเขตของการนำเสนอของเค้าให้แก่ผู้ฟังทราบ “วันนี้ผมมีเรื่องต้องการพูด สี่เรื่อง เร่ิมจาก…” จ๊อบจะกล่าวนำและท้ายในแต่ละหัวเรื่องที่เค้าต้องการพูด ดังตัวอย่าง หลังจากที่เขาได้เผยฟีเจอร์ต่าง ๆ ของไอโฟนออกมาก “มือถือไอโฟนนั้นไม่ได้หยุดพัฒนาเพียงเท่านี้ เราพยายามที่จะทำให้มันดีและดียิ่งขึ้นไปอีก นั้นคือเรื่องที่สองที่ผมต้องการบอกในวันนี้ และเรื่องที่สาม เกี่ยวกับไอจูน…” นี่คือตัวอย่างของการพูดโดยการบอกสังเขปให้ผู้ฟังได้รับทราบตลอดการพรีเซ็นต์ 

4. สร้างความหมายใหักับตัวเลข เมื่อจ๊อบได้แจ้งว่าไอโฟนมียอดขาย 4 ล้านเครื่อง จ๊อบไม่ได้พูดทิ้งไว้แค่นั้นแต่ใช้ทักษะศิลปะในการพูดว่า “นั่นหมายถึงยอดขายไอโฟนเฉลี่ยวันละ สองหมื่น เครื่องทุกวัน” และจ๊อบยังพูดต่อไปอีกว่า “แล้วมันหมายความว่าอย่างไรสำหรับตลาดทั้งหมดหล่ะ” จากนั้นจ๊อบก็ได้แจงรายละเอียดพร้อมสไลด์เพื่อบอกขนาดของตลาดมือถือในอเมริกา และส่วนแบ่งของไอโฟนว่ามีความน่าสนใจอย่างไร จ๊อบยังบอกต่อไปอีกว่าแอปเปิลนั้นมียอดขายมากกว่ามือถือของคู่แข่งอันดับสามอันดับต้นรวมกันเสียอีก นี่คือตัวอย่างของการนำเสนอข้อมูลตัวเลขให้ผู้ฟังได้เห็นภาพและสามารถจับใจความได้

5. พยายามสร้างเวลาที่น่าจดจำ เวลาที่จะทำให้ผู้พูดถึงไปอีกนาน ทุกครั้งที่จ๊อบได้พรีเซ็นต์บนเวที เขาจะสร้างจุดสนใจหรือจุด Climax ในการพรีเซ็นต์นั้น ๆ เช่นเมื่อครั้งที่จ๊อบได้เปิดตัวคอมพิวเตอร์ Macbook Air เพื่อแสดงให้ผู้ชมเห็นว่าคอมพิวเตอร์นั้นมีความบางขนาดไหน พร้อมกับดึงคอมพิวเตอร์ออกจากซองจดหมายสีน้ำตาล และถือมันไว้เพื่อให้ทุกคนได้เห็น การจะสร้างฉากที่น่าจดจำนี้จะต้องถูกวาดภาพและเตรียมเอาไว้ล่างหน้า จงเตรียมมันซะ

6. สื่อความด้วยสไลด์กราฟฟิก พรีเซ็นเตชั่นของใครหลาย ๆ คนอาจจะเต็มไปด้วยข้อมูลมากมาย ข้อความ ตัวเลขและชาร์ท เต็มหน้าสไลด์ แต่จ๊อบกลับทำสิ่งตรงกันข้าม จ๊อบจะใส่เพียงคำสั้น ๆ ลงในสไลด์หนึ่งแผ่น สไลด์ส่วนมากประกอบไปด้วยรูปภาพเป็นส่วนใหญ่ ตัวอย่างเช่นเมื่อจ๊อบต้องการพูดว่า “สิ่งแรกที่ผมต้องการพูดในการนำเสนอวันนี้” จะประกอบไปด้วยสไลด์ที่มีเลข “1″ ตัวใหญ่อยู่ในสไลด์เท่านั้น ในขณะที่จ๊อบกล่าวถึงฟีเจอร์ของไอโฟน ผู้ชมจะเห็นเพียงภาพของไอโฟน พร้อมกับข้อความเพียง 2-3 คำประกอบอยู่ข้าง ๆ รูปประกอบ ในบางครั้ง อาจจะไม่มีภาพใด ๆ เลย แต่ประกอบไปด้วยข้อความสั้น ๆ เช่น  ”There is something in the air” นี่คือตัวอย่างของเทรนด์ใหม่ในการนำเสนอหรือพูดในที่สาธารณะ [หาหนังสือ Presentation Zen อ่านประกอบได้: ผู้แปล]

7. อย่ากังวลกับข้อผิดพลาดเล็กน้อย แม้ในการพรีเซ็นต์ของเราจะเตรียมพร้อมมาอย่างดี แต่ในบางครั้งความผิดพลาดอาจเกิดขึ้นได้  ระหว่างที่จ๊อบกล่าว Keynote เขาพยายามเปิดแสดงรูปจากเว็บจริง ๆ แต่หน้าจอยังเป็นสีดำและจ๊อบรอจนมันไม่ปรากฏรูปใด ๆ ออกมา เขายิ้มและบอกติดตลกกับผู้ชมว่า “โอเค.. ผมสงสัยว่าวันนี้เว็บ Flickr คงมีปัญหาแสดงรูปออกมาไม่ได้” เขาได้ทำการบรรยายถึงคุณสมบัติของสินค้าอีกครั้ง และผ่านมันไป หลายครั้งที่ผู้นำเสนอมักจะกังวลกับข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ผู้ฟังจะลืมข้อผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ มันไป ยกเว้นเสียแต่เรามัวกังวลและสาละวนแก้ปัญหานั้นจนทำให้ผู้ฟังจดจำกับมัน

8. ชี้ให้เห็นถึงผลประโยชน์ที่ได้รับ ระหว่างที่ผู้นำเสนอพยายามเน้นขายคุณสมบัติของสินค้า จ๊อบจะกล่าวเน้นไปถึงว่าผู้ซื้อสินค้านั้นจะได้รับประโยชน์อะไรจากสินค้าหรือบริการนั้น ระหว่างที่เขานำเสนอบริการ iTune Movie Rental เขากล่าวว่า “ผมคิดว่ามันมีวิธีที่ดีกว่าที่เราจะนำเสนอเสนอภาพยนต์ให้กับผู้ชมของเรา” เขากล่าวต่อไปอีกว่า “เราไม่เคยเสนอโมเดล การเช่าเพลงมาก่อน เพราะผู้บริโภคต้องการที่จะเป็นเจ้าของเพลงที่เค้าซื้อ ผู้ซื้ออาจจะฟังเพลงนับพันครั้งในตลอดชีวิตที่เค้าซื้อ แต่เมื่อเราซื้อหนัง เราอาจจะดูมันแค่หนึ่งหรือสองครั้งเท่านั้น และโมเดลการเช่าเป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมที่จะนำเสนอภาพยนต์ และมันยังไม่เปลืองเนื้อที่ในฮาร์ดดิสก์ของเราอีกด้วย” ผู้ฟังหรือผู้ชมมักจะถามคำถามว่า เค้าจะได้อะไรจากการนำเสนอนี้ ซึ่งเราไม่ควรที่จะปล่อยให้ผู้ชมเดาเอาเอง แต่ควรจะบอกให้ทราบอย่างละเอียดของสิ่งเค้าจะได้รับจาก บริการ หรือสินค้าของเรา

9. ฝึกซ้อม, ฝึกซ้อม, ฝึกซ้อม จ๊อบไม่ได้มีพรสวรรค์ในการนำเสนอข้อมูลในที่สาธารณะแต่เกิด เขาสามารถพรีเซ็นต์ข้อมูลได้อย่างลื่นไหลระหว่างที่เขาพูด กับสไลด์ วีดีโอ สินค้าที่นำเสนอ ทุกอย่างล้วนแล้วแต่เกิดจากการฝึกซ้อมหลายชั่วโมงทั้งสิ้น 

แปลจาก: Present Like Jobs


Leave a Reply